โพสต์เมื่อวันที่ 8 กันยายน
วิธีการสร้างโปรโมชันบนแอป GrabMerchant
การสร้างโปรโมชัน คือการกำหนดส่วนลดโปรโมชันร้านค้าของคุณให้กับลูกค้า ช่วยกระตุ้นยอดขาย และเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้ออาหารจากร้านคุณได้ง่ายขึ้น คุณสามารถสร้างโปรโมชันได้ด้วย 5 รูปแบบโปรโมชันที่ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง
รูปแบบที่ 1 โฆษณาหน้าค้นหา
คือ การลงโฆษณาหน้าค้นหาเพื่อให้ลูกค้าเห็นร้านในตำแหน่งบนของผลการค้นหา
1. กำหนดคำค้นหา
- อัตโนมัติ คือ การใช้คำค้นหาที่กำลังเป็นนิยม
- กำหนดเอง คือ เลือกคำค้นหาด้วยตัวเองจากคำค้นหายอดนิยมของวัน
2. กำหนดกลุ่มเป้าหมายและระยะเวลาแสดงโฆษณา
- กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เห็นโฆษณา
- ระยะเวลาการแสดงโฆษณา
3. กำหนดงบปรธมาณ
- อัตโนมัติ คือการที่การกำหนดงบประมาณรายวัน
- กำหนดเอง คือการกำหนดงบโฆษณาสูงสุดต่อคำสั่งซื้อ
รูปแบบที่ 2 ส่วนลดทั้งคำสั่งซื้อ
คือ ลดราคาเมื่อลูกค้าสั่งอาหารรายการเดียวกันมากกว่า 1 จาน เช่น ซื้อเค้กชาเขียว 3 จาน ลด 10% เป็นต้น หรือ ลดราคาเมื่อลูกค้าสั่งอาหารคละรายการ เช่น ซื้อรายการของหวานครบ 3 รายการ ลด 30 บาท เป็นต้น
รูปแบบที่ 3 ส่วนลดค่าจัดส่ง
คือ ให้ส่วนลดค่าจัดส่งแก่ลูกค้าเมื่อซื้อครบตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ลดค่าจัดส่ง 5 บาท เมื่อสั่งซื้อขั้นต่ำ 80 บาท เป็นต้น
1. กำหนดระดับส่วนลด
- ส่วนลดสูงสุด คือ จำนวนเงินที่ต้องการออกค่าจัดส่งให้กับลูกค้า
- กำหนดขั้นต่ำคำสั่งซื้อ คือ ลูกค้าจะต้องสั่งซื้อขั้นต่ำเท่าไหร่จึงจะได้โปรโมชันนี้
2. กำหนดเงื่อนไข
- กำหนดช่วงเวลาโปรโมชัน สามารถเลือกวันเวลาเฉพาะเจาะจงระหว่างช่วงเวลาที่จัดโปรโมชันได้ เช่น ลดทุกวันพุธ หรือลดช่วงเวลา 14.00-15.00น. เป็นต้น
- กำหนดการได้รับสิทธิ์ของลูกค้า เช่น ลูกค้าทุกคนจะเห็นโปรโมชันนี้ หรือสำหรับลูกค้าใหม่เท่านั้น (ลูกค้าที่ไม่เคยสั่งซื้ออาหารจากร้าน/สาขานี้ มาเป็นระยะเวลา 90 วัน)
- กำหนดจำนวนการใช้สิทธิ์ (ไม่บังคับ) เช่น โปรโมชันจะสิ้นสุดเมื่อมีลูกค้าใช้สิทธิ์ครบตามจำนวนที่กำหนด หรือกำหนดจำนวนการใช้สิทธิ์ของลูกค้าต่อคน
3. ตรวจสอบรายละเอียดและยืนยัน
การกำหนดส่วนลดโปรโมชันแบบส่วนลดค่าจัดส่ง
หมายเหตุ การกำหนดราคาขั้นต่ำของคำสั่งซื้อ ควรเป็น 2 เท่าของราคาอาหารที่ทำโปรโมชัน เพื่อประโยชน์ของร้านค้า แอปฯ จะทำการแจ้งเตือนราคาขั้นต่ำที่ควรตั้งค่าโดยอัตโนมัติ
รูปแบบที่ 4 ส่วนลดเมนูู
คือ การระบุส่วนลดของเมนูอาหาร โดยสามารถระบุเป็นเปอร์เซ็นต์หรือราคาเฉพาะเจาะจง เช่น ชีสเบอร์เกอร์ ลด 20% หรือ ชีสเบอร์เกอร์ ลด 5 บาท เป็นต้น
รูปแบบที่ 5 รายการของแถม
คือ เลือกเมนูแถมฟรีให้ลูกค้าเมื่อซื้อครบตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ฟรีชามะนาว เมื่อสั่งซื้อขั้นต่ำ 100 บาท เป็นต้น
1. กำหนดรายการที่จะเข้าร่วมแคมเปญ
- จะต้องเป็นเมนูที่ขายในแอปที่มีมูลค่า (แถมรายการที่ไม่อยู่ในเมนูหรือไม่มีมูลค่าไม่ได้)
- ไม่สามารถแถมเมนูที่มีตัวเลือกเสริมได้ เช่น ซื้อเบอร์เกอร์ แถมชานมที่เลือกความหวานได้ เป็นต้น
2. กำหนดขั้นต่ำคำสั่งซื้อ
- ลูกค้าจะต้องสั่งซื้อขั้นต่ำเป็นจำนวนเท่าไหร่จึงจะได้โปรโมชันนี้
3. กำหนดเงื่อนไข
- กำหนดช่วงเวลาโปรโมชัน สามารถเลือกวันเวลาเฉพาะเจาะจงระหว่างช่วงเวลาที่จัดโปรโมชันได้ เช่น ลดทุกวันพุธ หรือลดช่วงเวลา 14.00 - 15.00 น. เป็นต้น
- กำหนดการได้รับสิทธิ์ของลูกค้า เช่น ลูกค้าทุกคนจะเห็นโปรโมชันนี้ หรือสำหรับลูกค้าใหม่เท่านั้น (ลูกค้าที่ไม่เคยสั่งซื้ออาหารจากร้าน/สาขานี้ มาเป็นระยะเวลา 90 วัน)
- กำหนดจำนวนการใช้สิทธิ์ (ไม่บังคับ) เช่น โปรโมชันจะสิ้นสุดเมื่อมีลูกค้าใช้สิทธิ์ครบตามจำนวนที่กำหนด หรือกำหนดจำนวนการใช้สิทธิ์ของลูกค้าต่อคน
4. ตรวจสอบรายละเอียดและยืนยัน
การกำหนดส่วนลดโปรโมชันแบบเมนูแถมฟรี
หมายเหตุ การกำหนดราคาขั้นต่ำของคำสั่งซื้อ ควรเป็น 2 เท่าของราคาอาหารที่ทำโปรโมชัน เพื่อประโยชน์ของร้านค้า แอปจะทำการแจ้งเตือนราคาขั้นต่ำที่ควรตั้งค่าโดยอัตโนมัติ
รูปแบบที่ 6 โปรซื้อเป็นชุด
คือ ลดราคาเมื่อลูกค้าสั่งอาหารรายการเดียวกันมากกว่า 1 จาน เช่น ซื้อเค้กชาเขียว 3 จาน ลด 10% เป็นต้น หรือ ลดราคาเมื่อลูกค้าสั่งอาหารคละรายการ เช่น ซื้อรายการของหวานครบ 3 รายการ ลด 30 บาท เป็นต้น
หมายเหตุ
- ร้านค้าเป็นผู้สนับสนุนค่าใช่จ่ายทั้งหมดสำหรับการทำโปรโมชันของตนเอง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทำโปรโมชันของร้านค้า ดังนั้นควรให้บุคคลที่มีอำนาจต่อการตัดสินใจเป็นผู้กำหนดหรือเปลี่ยนแปลงการใช้ฟีเจอร์โปรโมชัน
- ค่าคอมมิชชันจะถูกคำนวณหลังจากหักส่วนลดโปรโมชันแล้ว ยกเว้นโปรโมชันแบบส่วนลดค่าจัดส่งที่ร้านค้าเป็นผู้สนับสนุนจะไม่ถูกคิดค่าคอมมิชชัน
- ภาษีร้านอาหารจะถูกคำนวณหลังจากหักส่วนลดโปรโมชันแล้ว
- เมื่อเริ่มทำโปรโมชันค่าจัดส่งจะถูกปรับภายใน 7 วันหลังเริ่มโปรโมชัน และค่าจัดส่งจะถูกปรับกลับมาเท่าเดิมหลังจากสิ้นสุดการทำโปรโมชัน
- ระยะเวลาการทำโปรโมชันขึ้นอยู่กับร้านค้า